กฎหมายลาคลอดใหม่ 2568: สิทธิคุณแม่ 120 วัน และสิทธิคุณพ่อที่คุณต้องรู้

การวางแผนครอบครัวเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะสำหรับคนวัยทำงานที่กำลังจะเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ “สิทธิการลาคลอด” จึงเป็นหัวข้อสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ล่าสุดประเทศไทยได้มีการอัปเดต กฎหมายลาคลอดใหม่ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีการขยายวันลาและเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสถาบันครอบครัวให้ดียิ่งขึ้น

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียด ตั้งแต่จำนวนวันลาที่เพิ่มขึ้น การเบิกเงินชดเชยจากประกันสังคม ไปจนถึงสิทธิของคุณพ่อมือใหม่ เพื่อให้ทั้งลูกจ้างและนายจ้างเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง

สรุปสาระสำคัญ กฎหมายลาคลอดใหม่ 2568 มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง?

เดิมทีกฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดให้ลูกจ้างหญิงมีสิทธิลาคลอดได้ 98 วัน แต่ภายใต้กฎหมายใหม่ที่มีผลบังคับใช้ (ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป) ได้มีการปรับเปลี่ยนสิทธิประโยชน์หลักๆ ดังนี้:

  • ขยายวันลาคลอดเป็น 120 วัน: จากเดิม 98 วัน เพิ่มขึ้นเป็น 120 วัน (นับรวมวันหยุด)
  • การจ่ายค่าจ้างจากนายจ้าง: นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในช่วงลาคลอดเพิ่มขึ้นเป็น 60 วัน (จากเดิม 45 วัน)
  • สิทธิคุณพ่อลาช่วยภรรยา: เพิ่มสิทธิให้คุณพ่อหรือคู่สมรสลาเพื่อดูแลบุตรและภรรยาได้ 15 วัน โดยได้รับค่าจ้าง
  • สิทธิลาเพิ่มกรณีลูกป่วย: หากบุตรมีความเสี่ยงหรือพิการตามใบรับรองแพทย์ สามารถลาเพิ่มได้อีกไม่เกิน 15 วัน
ลาคลอดของพ่อ
ลาคลอดของพ่อ

เจาะลึกสิทธิคุณแม่ ลาคลอด 120 วัน ได้เงินจากไหนบ้าง?

เมื่อคุณแม่ตัดสินใจใช้สิทธิลาคลอด 120 วัน หลายคนมักกังวลเรื่องรายได้ในช่วงที่หยุดงานไป ข้อมูลด้านล่างนี้คือโครงสร้างการจ่ายเงินที่คุณจะได้รับ:

ส่วนที่ 1: เงินจากนายจ้าง (60 วันแรก)

ตามกฎหมายใหม่ นายจ้างมีหน้าที่จ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างหญิงในวันที่ลาคลอด เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานปกติ แต่ไม่เกิน 60 วัน ตัวอย่างเช่น หากคุณมีเงินเดือน 30,000 บาท นายจ้างจะต้องจ่ายเงินให้คุณในช่วงลาคลอดรวมเป็นเงิน 60,000 บาท (คำนวณจากฐาน 2 เดือน)

ส่วนที่ 2: เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรจากประกันสังคม

สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร จะมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์จากสำนักงานประกันสังคม ดังนี้:

  • เงินชดเชยรายได้: จ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย (สูงสุดไม่เกินฐานเงินเดือน 15,000 บาท) เป็นเวลา 90 วัน
  • ค่าคลอดบุตร (เหมาจ่าย): ปัจจุบันอยู่ที่ 15,000 บาท ต่อการคลอดบุตรหนึ่งครั้ง (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)

ส่วนที่ 3: วันลาที่เหลือ (วันที่ 61-120)

ในช่วงวันที่ 61 เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 120 จะเป็นการ “ลาโดยไม่รับค่าจ้างจากนายจ้าง” (Unpaid Leave) เว้นแต่บริษัทจะมีสวัสดิการพิเศษเพิ่มเติมให้ ทั้งนี้เพื่อให้คุณแม่ได้มีเวลาฟื้นฟูร่างกายและให้นมบุตรได้อย่างเต็มที่

สิทธิคุณพ่อมือใหม่: ลาช่วยภรรยาได้ 15 วัน

ถือเป็นก้าวสำคัญของกฎหมายไทยที่ให้ความสำคัญกับบทบาทของคุณพ่อ โดยกฎหมายใหม่กำหนดให้:

  • คุณพ่อสามารถลาเพื่อช่วยเหลือภรรยาหรือดูแลบุตรได้ 15 วันทำงาน
  • ต้องใช้สิทธิภายใน 90 วัน นับแต่วันที่บุตรเกิด
  • ได้รับค่าจ้าง 100% ในช่วงที่ลา (ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด)

การที่คู่สมรสได้อยู่ช่วยกันดูแลทารกในช่วงแรกเกิด ไม่เพียงแต่ช่วยลดสภาวะซึมเศร้าหลังคลอดของคุณแม่ แต่ยังช่วยสร้างสายสัมพันธ์ที่แข็งแรงภายในครอบครัวอีกด้วย

สิทธิลาเพิ่มกรณีพิเศษ เมื่อลูกเจ็บป่วยหรือพิการ

กฎหมายฉบับปี 2568 ได้เพิ่มมิติด้านมนุษยธรรมเข้ามา โดยระบุว่าหากทารกเกิดมามีภาวะเจ็บป่วย เสี่ยงต่อโรค หรือมีความพิการ (ซึ่งต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยัน)

  • คุณแม่สามารถลาเพิ่มเพื่อดูแลลูกได้อีก ไม่เกิน 15 วัน
  • ในส่วนนี้จะได้รับค่าจ้างจากนายจ้างในอัตรา 50% ของค่าจ้างปกติ

ความคุ้มครองทางกฎหมายที่นายจ้าง “ห้ามทำ”

กฎหมายคุ้มครองแรงงานมีบทบัญญัติที่ชัดเจนเพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติกับพนักงานที่ตั้งครรภ์:

  1. ห้ามเลิกจ้าง: นายจ้างห้ามเลิกจ้างลูกจ้างหญิงเพราะเหตุมีครรภ์ หรือใช้สิทธิลาคลอด
  2. ห้ามลดตำแหน่งหรือเงินเดือน: การลาคลอดเป็นสิทธิตามกฎหมาย นายจ้างไม่มีสิทธิลดเงินเดือนหรือปรับลดสวัสดิการเนื่องจากการใช้สิทธินี้
  3. การเปลี่ยนงานชั่วคราว: หากลูกจ้างมีใบรับรองแพทย์ว่าไม่สามารถทำงานเดิมได้เนื่องจากครรภ์ นายจ้างควรพิจารณาเปลี่ยนลักษณะงานที่เหมาะสมให้ชั่วคราว

ขั้นตอนการยื่นคำขอลาคลอดและการเบิกสิทธิประโยชน์

เพื่อให้การลาเป็นไปอย่างราบรื่น คุณแม่ควรเตรียมตัวดังนี้:

  1. แจ้งล่วงหน้า: แม้กฎหมายจะไม่ได้ระบุชัดเจนว่าต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน แต่ตามมารยาทและการบริหารงาน ควรแจ้งหัวหน้างานหรือ HR ล่วงหน้าอย่างน้อย 30-60 วัน
  2. เตรียมเอกสาร:
    • แบบคำขอลาของบริษัท
    • สำเนาสูติบัตรบุตร (ยื่นหลังจากคลอดแล้ว)
    • สมุดบัญชีธนาคาร (สำหรับรับเงินจากประกันสังคม)
  3. การยื่นประกันสังคม: สามารถยื่นเรื่องเบิกค่าคลอดและเงินชดเชยได้ที่ สำนักงานประกันสังคม ทั่วประเทศ หรือยื่นผ่านระบบออนไลน์ (e-Self Service)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับกฎหมายลาคลอดใหม่

Q: พนักงานทดลองงาน (Probation) ลาคลอดได้ไหม? 

A: ได้ครับ สิทธิการลาคลอดคุ้มครองลูกจ้างตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ พนักงานชั่วคราว หรืออยู่ในช่วงทดลองงานก็ตาม

Q: ลาก่อนคลอดได้กี่วัน? 

A: วันลา 120 วันนี้รวมถึงการลา “เพื่อตรวจครรภ์” และ “ลาก่อนคลอด” ด้วย คุณแม่สามารถบริหารจัดการได้เองตามความเหมาะสมและความเห็นของแพทย์

Q: ถ้าตั้งครรภ์แฝด ได้วันลาเพิ่มไหม? 

A: ปัจจุบันกฎหมายยังนับเป็น 120 วันต่อการครรภ์หนึ่งครั้ง แต่ในส่วนของเงินประกันสังคม คุณจะได้รับค่าคลอดบุตรเหมาจ่ายเพิ่มตามจำนวนบุตร

บทสรุป กฎหมายลาคลอดใหม่ 2568

เป็นเครื่องสะท้อนความก้าวหน้าในการคุ้มครองสิทธิแรงงานไทย การเพิ่มวันลาเป็น 120 วัน และการให้สิทธิคุณพ่อลาช่วยภรรยาได้ 15 วัน ถือเป็นประโยชน์สูงสุดต่อการเริ่มต้นของครอบครัวใหม่ สำหรับคุณแม่และคุณพ่อมือใหม่ การศึกษาและรักษาสิทธิของตนเองจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย เพื่อให้ช่วงเวลาสำคัญที่สุดของชีวิตดำเนินไปได้อย่างมั่นคงและมีความสุข

อ่านเพิ่มเติม:

บริการ Recruitment Service โดย 3P Professional

บริการ EOR (Employer of Record)