วันลาพนักงานในไทย มีอะไรบ้าง? สรุปครบทุกประเภท (อัปเดตล่าสุด 2569)

หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่ทั้ง HR มือใหม่และพนักงานมักจะสงสัยอยู่เสมอคือ “เรามีสิทธิลาอะไรได้บ้าง?” และ “ลาได้กี่วันโดยยังได้ค่าจ้าง?” เพราะเรื่องของวันลาไม่ใช่แค่สวัสดิการ แต่เป็นข้อกำหนดตามกฎหมายแรงงานที่องค์กรต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกวันลาทุกประเภทในไทยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับล่าสุด เพื่อให้คุณบริหารจัดการเวลาและสิทธิต่างๆ ได้อย่างถูกต้องครับ

6 ประเภทวันลาตามกฎหมายแรงงาน

1. ลาป่วย

  • สิทธิ: ลาได้เท่าที่ป่วยจริง

  • การจ่ายค่าจ้าง: ได้รับค่าจ้างเท่ากับวันทำงานปกติ แต่ไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี

  • เงื่อนไข: หากลาติดต่อกันตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจขอดูใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาลชั้นหนึ่งหรือของทางราชการได้

2. ลากิจจำเป็น

  • สิทธิ: ลาเพื่อจัดการธุระสำคัญที่ต้องดำเนินการด้วยตนเอง

  • การจ่ายค่าจ้าง: ลาได้ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปี โดยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน

  • เงื่อนไข: ธุระนั้นต้องเป็นเรื่องจำเป็น เช่น ทำบัตรประชาชน, ติดต่อราชการ หรือดูแลคนในครอบครัวที่เจ็บป่วย

3. ลาเพื่อทำหมัน

  • สิทธิ: ลาได้ตามระยะเวลาที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งกำหนดและออกใบรับรองให้

  • การจ่ายค่าจ้าง: ได้รับค่าจ้างเต็มจำนวนในวันที่ลา

4. ลาเพื่อรับราชการทหาร

  • สิทธิ: สำหรับพนักงานชายที่ถูกเรียกพลเพื่อตรวจสอบ ฝึกวิชาทหาร หรือทดสอบความพรั่งพร้อม

  • การจ่ายค่าจ้าง: ได้รับค่าจ้างในวันที่ลา แต่ไม่เกิน 60 วันต่อปี

5. ลาเพื่อการฝึกอบรม

  • สิทธิ: ลาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ หรือการสอบวัดผลที่เกี่ยวข้องกับงาน

  • การจ่ายค่าจ้าง: นายจ้างไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าจ้างในวันที่ลา (เว้นแต่จะมีข้อตกลงเป็นอย่างอื่น)

  • เงื่อนไข: ต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน

6. ลาหยุดพักผ่อนประจำปี (ลาพักร้อน)

  • สิทธิ: พนักงานที่ทำงานครบ 1 ปี มีสิทธิลาพักร้อนได้ไม่น้อยกว่า 6 วันทำงานต่อปี

  • การจ่ายค่าจ้าง: ได้รับค่าจ้างเท่ากับวันทำงานปกติ

  • หมายเหตุ: นายจ้างและลูกจ้างสามารถตกลงสะสมวันลาที่ยังไม่ได้ใช้ไปรวมกับปีถัดไปได้

วันลาประเภทพิเศษ (อัปเดตใหม่ปี 2568-2569)

จากการปรับปรุงกฎหมายแรงงานล่าสุด เพื่อยกระดับสวัสดิการครอบครัว มี 2 ประเด็นสำคัญที่ HR ต้องจำให้แม่น:

ลาคลอดบุตร

  • สิทธิ: ลูกจ้างหญิงลาได้รวม 120 วัน (รวมวันหยุดที่มีในระหว่างวันลา)

  • การจ่ายค่าจ้าง: นายจ้างจ่ายให้ 60 วัน และประกันสังคมจ่ายอีก 60 วัน

ลาเพื่อดูแลภริยาและบุตร

  • สิทธิ: สำหรับลูกจ้างชาย (ภาคเอกชนเริ่มปรับใช้ตามนโยบายใหม่) ลาได้ 15 วัน เพื่อดูแลคู่สมรสที่คลอดบุตร โดยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน

บทสรุป

การเข้าใจเรื่องวันลาไม่ใช่เพียงแค่การนับวันหยุด แต่คือการรักษาสมดุลระหว่างสิทธิของลูกจ้างและการดำเนินธุรกิจของนายจ้าง ในปี 2569 นี้ แนวโน้มการลาของพนักงานมุ่งเน้นไปที่ “ความยืดหยุ่น” และ “สวัสดิการครอบครัว” มากขึ้น องค์กรที่บริหารจัดการเรื่องนี้ได้ชัดเจน โปร่งใส จะช่วยสร้างความพึงพอใจและลดอัตราการลาออก (Turnover Rate) ได้อย่างมีนัยสำคัญครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวันลา (FAQs)

Q: พนักงานทดลองงาน (Probation) มีสิทธิลาป่วยได้ไหม? A: มีสิทธิตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงานครับ ตามกฎหมายแรงงานพนักงานมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง และได้รับค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี โดยไม่ต้องรอให้ผ่านทดลองงาน

Q: ถ้าลากิจเกิน 3 วัน นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างไหม? A: กฎหมายบังคับให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างสำหรับลากิจจำเป็น “ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปี” หากพนักงานลาเกินกว่านั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัทว่าจะให้ลาแบบได้รับค่าจ้าง (Paid Leave) หรือลาโดยไม่รับค่าจ้าง (Leave without Pay) ครับ

Q: วันลาพักร้อนที่ใช้ไม่หมด สามารถทบไปปีหน้าได้หรือไม่? A: ได้ครับ หากมีการตกลงกันระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง หรือระบุไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันเพื่อจูงใจพนักงาน

Q: ลาไปสอบใบขับขี่ ถือว่าเป็น “ลากิจ” หรือไม่? A: โดยทั่วไปถือเป็น “ลากิจจำเป็น” เนื่องจากเป็นธุระที่เจ้าตัวต้องไปดำเนินการด้วยตนเองในวันเวลาราชการ อย่างไรก็ตาม ควรแจ้งหัวหน้างานล่วงหน้าตามระเบียบบริษัทครับ

อ่านเพิ่มเติม:

กฎหมายแรงงานไทย 2569 ที่ HR ต้องรู้ อัปเดตล่าสุด

กฎหมายลาคลอดใหม่ 2568: สิทธิคุณแม่ 120 วัน และสิทธิคุณพ่อที่คุณต้องรู้